รีวิวรีสอร์ท เปิดใหม่: Ananea Madivaru Maldives

รีวิวรีสอร์ท: Ananea Madivaru Maldives

หากพูดถึงรีสอร์ทใหม่ที่ทำให้หลายคนหันมามองมัลดีฟส์อีกครั้งในปีนี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยมากคือ Ananea Madivaru Maldives รีสอร์ทหรูสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่ตั้งอยู่บนเกาะคู่ (Twin Islands) ในโซน North Ari Atoll ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีจากสนามบิน Velana ด้วยเครื่องบิน Seaplane

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่เครื่องบินแตะพื้นน้ำ คือความสงบและความสวยที่ดู “ไม่พยายามเกินไป” ตัวรีสอร์ทแบ่งเป็นสองเกาะเล็ก ๆ เชื่อมด้วยสะพานไม้เหนือน้ำสีฟ้าใส ด้านหนึ่งเน้นความเป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย อีกด้านมีกิจกรรมครบถ้วน ทั้งร้านอาหาร บาร์ และสปากลางทะเล เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งความสงบและความสะดวกในที่เดียว

ห้องพักทั้งหมด 110 วิลล่า ถูกออกแบบในสไตล์ Modern Luxury ที่ให้ความรู้สึกเรียบ หรู และอบอุ่น วัสดุไม้และหินธรรมชาติผสมกับโทนแสงอ่อน ๆ จากธรรมชาติอย่างลงตัว วิลล่าทุกหลังมีสระส่วนตัวและวิวทะเลสวยในมุมที่แตกต่างกัน

  • Beach Pool Villa (200 ตร.ม.) เหมาะสำหรับคนชอบเดินลงทะเลจากหน้าห้อง

  • Water Pool Villa (180 ตร.ม.) อยู่กลางลากูน มองเห็นน้ำใสระดับพาโนรามา

  • Deluxe Beach Pool Villa (240 ตร.ม.) เพิ่มพื้นที่และอ่างอาบน้ำกลางแจ้ง

  • สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน มี 2–3 Bedroom Residence ที่กว้างมาก ตั้งแต่ 355 ถึง 760 ตร.ม. พร้อมครัวเล็กและพื้นที่กลางขนาดใหญ่

ทุกห้องมีกลิ่นใหม่สะอาด อุปกรณ์ครบ และตกแต่งด้วยดีเทลเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจ เช่น หมอนนุ่มแบบพิเศษ ผ้าปูเตียงเนื้อดี และแสงไฟอุ่นที่ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายตลอดทั้งคืน

ด้านอาหารถือเป็นอีกจุดเด่นของรีสอร์ท เพราะมีให้เลือกถึง 9 ห้องอาหารและ 2 บาร์ แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
ช่วงเช้าเริ่มต้นวันด้วยบุฟเฟต์ที่ Coral Reef Kitchen ที่มีทั้งอาหารนานาชาติ ผลไม้สด และเบเกอรี่อบใหม่
กลางวันสามารถลองโซน Asian Food Street ซึ่งรวมร้านอาหารเอเชียไว้ถึง 4 ประเทศ ทั้งไทย อินเดีย เวียดนาม และมัลดีฟส์ กลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้งตั้งแต่เดินเข้า
มื้อค่ำแนะนำ Island Oasis ห้องอาหารเหนือน้ำที่เปิดรับวิวพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดบนเกาะ หรือจะเลือก The Flame กริลล์ซีฟู้ดและเนื้อคุณภาพดีที่รสชาติเข้มข้นกำลังดี
สำหรับสายค็อกเทล มี Aqua Bar สำหรับนั่งชิลช่วงบ่าย และ Zen Bar สำหรับชมแสงสุดท้ายของวัน

นอกจากอาหารและวิวที่สวยจนต้องหยิบกล้องถ่ายรูปตลอดเวลา ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลายให้ทำทุกวัน ทั้งสนอร์กเกิลรอบเกาะที่มีแนวปะการังอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ดำน้ำดูปลาสีสันสดใส ทริปดูปลาโลมา หรือไปไกลหน่อยเพื่อชมฉลามวาฬในทะเลเปิด ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุ้มค่ามาก”
ช่วงบ่ายสามารถแวะสปาเหนือน้ำ (Over-Water Spa) ที่ให้บรรยากาศสงบสุด ๆ แค่ได้นอนฟังเสียงคลื่นกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยเบา ๆ ก็เหมือนได้รีเซ็ตทั้งร่างกาย

ในเรื่องบรรยากาศ ที่นี่ถือว่าสวยจริงโดยไม่ต้องแต่งภาพเพิ่ม จุดถ่ายรูปยอดนิยมคือสะพานไม้ที่เชื่อมเกาะทั้งสองตอนช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีทองกระทบผิวน้ำจนดูเหมือนอยู่ในภาพวาด อีกมุมที่หลายคนชอบคือสระในห้องพักยามเช้า น้ำและฟ้ากลมกลืนเป็นสีเดียวกัน ใครอยากได้ภาพในฝันแบบ “มัลดีฟส์แท้ ๆ” ไม่ควรพลาด Floating Breakfast ที่นี่

การเดินทางก็สะดวกมาก ซีแพลนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากสนามบินมาเล่ มีเลานจ์รองรับก่อนขึ้นเครื่อง สำหรับใครที่ไฟล์ทมาถึงช่วงเย็น แนะนำให้พักหนึ่งคืนในเมืองก่อนเพราะซีแพลนบินเฉพาะกลางวัน
หากต้องการความเงียบสงบ แนะนำเลือกฝั่ง North Island ที่น้ำใสและผู้คนบางตากว่า ส่วนฝั่ง South Island จะคึกคักกว่าเพราะใกล้ร้านอาหารและบาร์หลักของเกาะ
สิ่งหนึ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเช็กอินคือการจองห้องอาหารล่วงหน้า เพราะร้านวิวดี ๆ อย่าง Island Oasis มักเต็มเร็วโดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก

โดยรวมแล้ว Ananea Madivaru เป็นรีสอร์ทที่ให้ความรู้สึก “สดใหม่แต่ลงตัว” เหมาะกับคู่รักที่อยากได้ความโรแมนติกแบบส่วนตัว ครอบครัวที่อยากพักผ่อนพร้อมกิจกรรมครบ หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการสถานที่สวยแต่ไม่วุ่นวายเกินไป
ที่นี่หรูแบบไม่โอเวอร์ บริการอบอุ่นแบบมัลดีฟส์แท้ ๆ และมีความเป็นส่วนตัวในทุกดีเทล เหมือนรีสอร์ทตั้งใจให้คุณได้พักจริง ๆ